
บทเรียนสแกนม่านตาแลกเงินที่คนไทยหลายคนเจอ วันนี้ไม่ใช้แค่ข้อมูลที่เราให้ไปแล้วจบ เพราะข้อมูลชีวมิตินี้คือสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ถ้าหลุดแล้วหลุดเลย เปลี่ยนไม่ได้ รีเซตไม่ได้ เป็นเหตุผลที่เรื่อง “สแกนม่านตาแลกเงิน” ถูกรื้อตรวจสอบจนเจอว่าไม่ปลอดภัย
ย้อนไทม์ไลน์เรื่องราว เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่-มีได้อย่างไร
ช่วงปีที่แล้วเราจะเห็นกระแสของ Worldcoin (WLD) ในไทย ที่ดึงดูดคนเข้ามาใช้งานด้วยแคมเปญ ที่แค่โหลดแอปฯ สแกนม่านตา ก็รับเงินไปฟรี ๆ เกือบ 2,000 บาท ทำเอาหลายคนแห่ไปหาพิกัดเครื่องต่อคิวสแกนเพื่อแลกกับเงินที่แอปฯ เสนอให้
ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมโปรโมชันหรือการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้มองว่ามีอันตรายอะไร และไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยทำให้ไม่ทันได้ตระหนักถึงการหวงแหนข้อมูลของตัวเอง
ทำให้ช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเก็บข้อมูลที่อ่อนไหวนี้ ว่าสุดท้ายแล้วปลายทางของข้อมูลถูกนำไปใช้ จัดเก็บ หรือส่งต่ออย่างไร โดยทาง ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก็ได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า บริการที่เกี่ยวข้องบางส่วนเข้าข่าย “ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” หรือไม่
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69 ทาง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 5 รายต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในข้อหาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
บทเรียนครั้งสำคัญที่ต้องมีกติกาอย่างรัดกุม
สำหรับใครที่กังวลว่า เคยสแกนม่านตาแล้วจะทำยังไง ทาง ก.ล.ต. ก็ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ที่มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 68 โดยให้ระงับการเก็บรวบรวมข้อมูลม่านตา พร้อมให้ลบข้อมูลที่เก็บไปแล้วทันที เพื่อหยุดความเสี่ยงไม่ให้ข้อมูลชีวภาพของคนไทยอาจถูกนำไปใช้ได้
ซึ่งมองว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคงไม่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการโทษกันไปมาคือเร่งแก้ไขให้ถูกจุด และปิดช่องโหว่ให้ทัน เพราะข้อมูลชีวภาพเป็นสิ่งที่สามารถใช้ยืนยันตัวตนในทุกธุรกรรมของคน ๆ นั้นได้ง่าย
แม้หลายคนมักคิดว่า “ถึงวันนี้ไม่สแกน สุดท้ายข้อมูลก็หลุดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ดี” แต่ในฐานะเจ้าของข้อมูล หน้าที่ของเราคือต้อง “รักษาสิทธิ์ของตัวเอง” ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่ไม่ควรส่งต่อให้ใครไปง่าย ๆ
โดยทาง ก.ล.ต. ก็ย้ำว่าประชาชนและผู้ลงทุนต้องระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย เพราะหากเกิดเหตุภายหลังอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงหรือพัวพันธุรกรรมฟอกเงิน
โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ผ่านเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. หรือแอปฯ “SEC Check First” และตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ระบบ Investor Alert เพื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องโดยตรง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
