
ยุคที่ภาษาวัยรุ่นอัปเดตไวยิ่งกว่าข่าวรายวัน จากเขินมาก เป็นฮ้อบ เหยิน หรือคลินิกจัดฟันใกล้ฉัน โลกของ “ภาษาออนไลน์” จึงกลายเป็นสนามที่ไม่มีพจนานุกรมไหนตามทัน
ใครจะคิดว่าคำเหล่านี้จะกลายเป็น “โค้ดลับ” ของอาชญากรรมออนไลน์
พฤติกรรมรุนแรงในโลกออนไลน์ไม่ได้มาในรูปแบบเดิมอีกต่อไป ไม่มีใครโพสต์ว่า “จะไปรุมตบ” ตรงๆ แล้ว แต่ใช้คำพูดในเชิงมุก เช่น “หยุมหัวมันหน่อยมั้ย” หรือแม้แต่การใช้อิโมจิที่มีความหมายแฝง ทำให้ระบบตรวจจับได้ยาก
ซึ่งในออสเตรเลีย มีกลุ่มคนที่ชอบโชว์ความรุนแรง แชร์คลิปทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่น เพื่อความสนุกสนานบนโซเชียล คนกลุ่มนี้มักใช้ภาษาที่ซับซ้อนเพื่อเลี่ยงบาลี เช่น การใช้อิโมจิหรือคำแสลงที่มีความหมายซ่อนเร้น ทำให้ระบบตรวจจับแบบเดิมไม่สามารถระบุพฤติกรรมเสี่ยงได้
และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต สำนักงานตำรวจกลางออสเตรเลีย (AFP) ได้เตรียมพัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถเข้าใจ “ภาษาดิจิทัลของ Gen Z และ Alpha ได้ ไม่ว่าจะเป็นคำสแลง อิโมจิ หรือมุกในกลุ่มวัยรุ่นที่มักซ่อนความหมายไว้ในคำเล่นๆ
โดยทำหน้าที่เหมือน “เรดาร์จับพฤติกรรมของภาษา” พร้อมวิเคราะห์ว่า รูปแบบคำหรือสัญลักษณ์แบบนี้เคยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์รุนแรงในอดีตหรือไม่ และถ้าเจอว่ารูปแบบซ้ำ ระบบจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที
แต่ก็น่าคิดว่า ถ้าบางโพสต์อาจเป็นแค่มุกตลก หรือการระบายอารมณ์ในหมู่เพื่อน แต่ AI อาจมองว่าเป็นภัยแทน ถ้าระบบเชื่อมโยงกับข้อมูลในอดีตที่คล้ายกัน แปลว่าก็อาจเกิดความเข้าใจผิดได้หรือไม่
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า AI ตัวนี้ จะสามารถเข้าใจภาษาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของคนรุ่นใหม่ได้มากแค่ไหน และจะสามารถตามทันมุกที่เกิดใหม่แทบทุกวันได้แค่ไหน และประชาชนถูกสอดส่องมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ เรื่องนี้ก็อาจเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องเยาวชนในยุคดิจิทัล
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
