ท่ามกลางกระแสย้ายฐานการผลิตโลก ไทย พร้อมคว้าโอกาสนั้นหรือไม่
facebook Iconx Iconline Icon

เศรษฐกิจ - การลงทุน

ท่ามกลางกระแสย้ายฐานการผลิตโลก “ไทย” พร้อมคว้าโอกาสนั้นหรือไม่?

Clock Icon

30 มิถุนายน 2569

หลายปีมานี้ เศรษฐกิจโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งการระบาดของโควิด-19 ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ และการแข่งขันด้าน AI ที่ดุเดือด ทำให้บริษัทระดับโลกหลายแห่งเริ่มปรับกลยุทธ์ ด้วยการกระจายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ไปยังหลายประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป พร้อมมองหาประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ไทยถูกหน่วยงานระดับโลกมองว่าเป็น “ทำเลทอง”

Verisk Maplecroft (บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกจากสหราชอาณาจักร) จัดอันดับให้ไทย ก้าวขึ้นมาหนึ่งในประเทศ “ดาวรุ่ง” (Rising Stars) ด้านห่วงโซ่อุปทานโลก ที่มีศักยภาพสูงในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ร่วมกับอาร์เจนตินา และฟิลิปปินส์

รายงานระบุว่า 1 ใน 3 ของท่าเรือและสนามบินที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดของโลก กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงจากความขัดแย้ง ภัยธรรมชาติ และความไม่มั่นคงภายในประเทศ ทำให้เส้นทางการค้าสำคัญของโลกมีความเปราะบางมากขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศที่มีความพร้อมมากกว่า กลายเป็น "ดาวรุ่ง" ของการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตในอนาคต และเหตุผลที่ไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนระยะยาวมากขึ้น มาจากหลายปัจจัย เช่น

  • ความเสี่ยงทางธุรกิจที่ลดลง ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค โดยมีจุดแข็งทั้งด้านตลาดที่เปิดกว้าง กฎระเบียบที่มีความชัดเจน และมีมาตรฐานด้านสิทธิแรงงาน

  • แรงหนุนจากการลงทุน AI อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว กำลังได้แรงหนุนเพิ่มจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก ทำให้ไทยมีความพร้อมขยับสถานะไปสู่การรองรับห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง


ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง ทำให้นักลงทุนมั่นใจที่จะลงทุนในระยะยาว

แล้วไทย ได้อะไรจากการถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ดาวรุ่ง” 

การที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Rising Star” และมีการลงทุนขนาดใหญ่กำลังจะเข้ามา ถือเป็นแรงสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยค่อยๆ ยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น

เพื่อไม่ให้โอกาสนี้หลุดลอยไป รัฐบาลไทยเดินหน้ายกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ด้วยการเปิดตัวโครงการ "Thailand FastPass” บูรณาการการทำงานของ 8 หน่วยงานรัฐ เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเร่งรัดการอนุมัติโครงการลงทุนให้เป็นไปอย่างราบรื่น

ช่วยดึงดูดการลงทุนกว่า 700,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานคุณภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยจับมือ_NXP_เนเธอร์แลนด์_ดัน_Siam_Silica_ยกระดับอุตสาหกรรมชิปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ไทยจับมือ NXP-เนเธอร์แลนด์ ดัน Siam Silica ยกระดับอุตสาหกรรมชิปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

14 ต.ค. 69 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมประเทศไทยเดินหน้าความร่วมมือกับบริษัท NXP Manufacturing และสถาบันชั้นนำจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “Siam Silica” และยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย

clock9 ชั่วโมงที่แล้ว
ญี่ปุ่นยื่นลงทุนไทยเกือบ_4_แสนล้าน_ขยายจากฐานยานยนต์และชิ้นส่วน_สู่เซมิคอนดักเตอร์_AI

ญี่ปุ่นยื่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้าน! ขยายจากฐานยานยนต์และชิ้นส่วน สู่เซมิคอนดักเตอร์ - AI

clock13 ชั่วโมงที่แล้ว
ตลาดจีนใช้_AI_วิเคราะห์พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง_ยกระดับ_Smart_Pet_สู่โอกาสทองของ_อาหารสัตว์เลี้ยงไทย

ตลาดจีนใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง ยกระดับ Smart Pet สู่โอกาสทองของ “อาหารสัตว์เลี้ยงไทย”

clock5 วันที่แล้ว