
ไฟดับทั้งเมือง รถแท็กซี่ไร้คนขับอย่าง Waymo หยุดทำงานทันที
เหตุการณ์นี้มาจากข่าวไฟฟ้าดับทั้งเมืองใน ซานฟรานซิสโก เลยทำให้รถแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo เป็นอัมพาตยกเซ็ท เพราะระบบทำงานต่อไม่ได้จากสัญญาณไฟจราจรที่ดับลง ซึ่งรถถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อสัญญาณไฟและป้ายจราจรในระหว่างขับขี่
โดยสาเหตุที่ไฟฟ้าดับเกิดจากเพลิงไหม้สถานีจ่ายไฟย่อยของบริษัท Pacific Gas & Electric (PG&E) บริเวณถนน 8th Street และ Mission Street ในเช้าวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 68 จนผลกระทบต่อผู้ใช้งานกว่า 130,000 ราย หรือเกือบ 30% ของทั้งเมือง ครอบคลุมหลายพื้นที่สำคัญ อย่าง Richmond, Golden Gate Park และย่านใจกลางเมือง
แต่ประเด็นที่น่าสนใจมันอยู่ที่ สถานการณ์นี้กำลังสะท้อนเรื่อง ‘ช่องโหว่ของการพัฒนาเทคโนโลยี’ เพราะตอนเกิดเหตุ รถ Waymo จอดดับอยู่กลางแยกถนนที่มีการจราจรหนาแน่นแถมยังพบรายงานว่ามีผู้โดยสาร 1 ราย ติดอยู่ในรถจนได้รับความช่วยเหลือถึงจะออกมาได้ภายหลัง แม้บริษัทต้นสังกัด จะสั่งระงับให้บริการรับส่งผู้โดยสารทั้งหมดในซานฟรานซิสโกชั่วคราวทันที เพื่อความปลอดภัย และการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ตาม
เรื่องนี้อาจเป็นประเด็นเร่งด่วนที่บริษัทต้องทบทวนการพัฒนาเพื่อใช้งานเพิ่มเติมไหม เพราะมันก็ชัดแล้วว่าเมื่อมันมีปัจจัยที่ทำให้รถขัดข้องแบบที่ไม่อาจควบคุมได้ก็มีอยู่ และยิ่งเป็นบริการที่ใช้กับคนยิ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยให้มากขึ้น ซึ่งไม่มีวันรู้เลยว่าผู้โดยสารที่ใช้บริการจะมีโรคประจำตัว และเสี่ยงอันตรายแค่ไหนหากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
เพราะนี่คือ ความผิดพลาดของระบบที่ไม่ได้ถูกคิดเผื่อมา แม้มันจะฉลาดด้วยความสามารถในการตรวจจับป้ายหยุดชั่วคราวและสีของสัญญาณไฟได้ดี แต่พอโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าล้มเหลว และส่งผลกระทบต่อที่ไฟจราจร แค่นี้ระบบ AI ก็ตัดสินใจเดินรถต่อไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งชี้กลับไปที่ว่าการตัดสินใจของ AI ก็ยังคงทำได้ไม่เหมือนคน จนอาจกลายเป็นช่องโหว่สำคัญของการพัฒนา AI ไปโดยปริยาย
และที่จริงเมื่อปลายปี 2023 บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ก็ได้ยุติโครงการพัฒนา รถแท็กซี่ไร้คนขับ ภายใต้แบรนด์ Cruise ถาวร ไป จากเหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรงที่รถยนต์อัจฉริยะลากคนที่เดินอยู่ไปตามถนน นำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตการเดินรถ ส่งผลให้มีการเรียกคืนรถเกือบหนึ่งพันคัน และกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหน่วยงานรัฐบาลตรวจสอบอย่างเข้มงวด จนสุดท้ายบริษัทก็ตัดสินใจยกเลิกให้บริการในรูปแบบนี้ในช่วงปลายปี 2024 เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะช่วยให้หลายบริษัทเทคโนโลยีในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่กำลังพัฒนาบริการหรือโปรดักส์ใหม่ ๆ ได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายนอกมากขึ้น ที่สามารถหัวใจสำคัญของการพัฒนาให้ครบทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกัน คือ ด้านเทคโนโลยี ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ระบบต้องใช้ และด้านแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ และป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตได้มากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
