ทำไม Agentic AI จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของธุรกิจซอฟต์แวร์
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

ทำไม Agentic AI จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของธุรกิจซอฟต์แวร์

Clock Icon

23 กรกฎาคม 2569

Agentic AI ไม่ใช่ AI ที่ทำได้เพียงตอบคำถามหรือช่วยค้นหาข้อมูล แต่เป็น AI ที่สามารถคิด วางแผน ตัดสินใจ และลงมือดำเนินงานได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถเชื่อมต่อกับหลายระบบเพื่อทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ สั่งงานระบบ ไปจนถึงการสั่งงานแบบอัตโนมัติ

⚫️ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนกติกาของธุรกิจซอฟต์แวร์?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์องค์กรหรือ Software as a Service (SaaS) เติบโตจากการคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งาน (Per-user หรือ Per-seat Subscription) ยิ่งองค์กรมีพนักงานมาก ก็ยิ่งต้องซื้อสิทธิ์การใช้งานมากขึ้น

แต่แนวคิดนี้อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับองค์กรอีกต่อไป เพราะในอนาคต องค์กรอาจใช้ AI Agent เพียงไม่กี่ตัว ก็สามารถทำงานแทนพนักงานหลายสิบหรือหลายร้อยคนได้ ส่งผลให้ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่เคยสร้างรายได้จากจำนวนผู้ใช้งาน อาจต้องเผชิญแรงกดดันในการปรับโมเดลธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถนิยามได้ว่า "Saaspocalypse" ซึ่งใช้เปรียบเทียบถึงช่วงเวลาที่ธุรกิจซอฟต์แวร์แบบ SaaS ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้ให้บริการจำเป็นต้องปรับตัว เพราะ AI สามารถเข้าไปใช้งานระบบแทนมนุษย์ได้ และการคิดค่าบริการแบบเดิมอาจไม่เหมาะกับการใช้งานในอนาคต

⚫️ "Agentic Arbitrage" จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

Gartner อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น “Agentic Arbitrage” ซึ่งหมายถึงการที่ AI Agent เข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ ทำให้มูลค่าของซอฟต์แวร์ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ใช้งานอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ "ผลลัพธ์" ที่ AI สามารถสร้างให้กับธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจส่งผลให้ตลาดซอฟต์แวร์องค์กรมูลค่าราว 234,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องเผชิญความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างรายได้ครั้งใหญ่ภายในปี 2573 หากผู้ให้บริการยังคงยึดติดกับโมเดลการคิดค่าบริการแบบเดิม

⚫️ การแข่งขันจะเปลี่ยนจาก "ใช้งานง่าย" เป็น "ทำงานร่วมกับ AI ได้ดี"

ที่ผ่านมา ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้ความสำคัญกับการออกแบบโปรแกรมให้ใช้งานง่าย มีหน้าตาที่เข้าใจง่าย และตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

แต่เมื่อ AI Agent กลายเป็นผู้ใช้งานหลัก สิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่หน้าตาของโปรแกรมอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบอื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็ว และรองรับการทำงานของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นั่นหมายความว่า การแข่งขันของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนจาก การออกแบบเพื่อคน ไปสู่ การออกแบบเพื่อ AI มากขึ้น ทั้งในด้านโครงสร้างระบบ การเชื่อมต่อข้อมูล และการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น

⚫️ โมเดลธุรกิจ SaaS กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีแล้ว รูปแบบการสร้างรายได้ของผู้ให้บริการ SaaS ก็มีแนวโน้มเปลี่ยนตามไปด้วย

จากเดิมที่คิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งาน อนาคตอาจเปลี่ยนเป็นการคิดค่าบริการตาม

- จำนวน AI Agent ที่ใช้งาน

- ปริมาณงานที่ AI ดำเนินการ

- ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Outcome-based Pricing)

- จำนวนธุรกรรมหรือ Workflow ที่ AI ดำเนินการสำเร็จ

กล่าวได้ว่า องค์กรอาจไม่ได้ซื้อซอฟต์แวร์เพราะมีคนใช้งานจำนวนมากอีกต่อไป แต่เลือกจากความสามารถของ AI ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจได้ดีที่สุด

การมาของ Agentic AI ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มความสามารถให้กับซอฟต์แวร์ แต่กำลังเปลี่ยน วิธีที่องค์กรใช้ซอฟต์แวร์อย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โมเดลธุรกิจ SaaS ที่เคยเติบโตจากจำนวนผู้ใช้งานจึงต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

ในอนาคต การแข่งขันของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะไม่ได้อยู่ที่การออกแบบโปรแกรมให้มนุษย์ใช้งานง่ายที่สุดอีกต่อไป แต่จะอยู่ที่การสร้างแพลตฟอร์มที่ AI Agent สามารถเชื่อมต่อ ทำงาน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว