ทำไมจีนถึงลงดาบ Trip com ปรับกว่า 26 000 ล้านบาท เมื่อ ข้อมูล และ อำนาจตลาด กลายเป็นดาบสองคมของธุรกิจ OTA
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

ทำไมจีนถึงลงดาบ Trip.com ปรับกว่า 26,000 ล้านบาท? เมื่อ "ข้อมูล" และ "อำนาจตลาด" กลายเป็นดาบสองคมของธุรกิจ OTA

Clock Icon

27 กรกฎาคม 2569

รัฐบาลจีนเดินหน้าคุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัลอีกครั้ง หลังสำนักงานกำกับดูแลการบริหารจัดการตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation : SAMR)

มีคำสั่งลงโทษ
Trip.com Group ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจองโรงแรมและท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยบทลงโทษรวมกว่า 5,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 26,000 ล้านบาท

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วโลก ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ "การแข่งขันที่เป็นธรรม" มากกว่าการปล่อยให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่เติบโตโดยไม่มีข้อจำกัด

แล้ว
Trip.com ถูกลงโทษเพราะอะไร?

จากการสอบสวนของ SAMR พบว่า
Trip.com ไม่ได้แข่งขันด้วยการดึงดูดลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ความเป็นแพลตฟอร์มเป็นแต้มต่อ ในการกำหนดกติกา

ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการมองเห็นของโรงแรมบนแพลตฟอร์ม การกำหนดกฎเกณฑ์ การใช้ระบบและเทคโนโลยี รวมถึงการตั้งเงื่อนไขทางธุรกิจ เพื่อจูงใจหรือกดดันให้โรงแรมให้สิทธิพิเศษกับ
Trip.com

ผลคือ โรงแรมหลายแห่งไม่สามารถตั้งราคาบนแพลตฟอร์มอื่นให้ถูกกว่า หรือเสนอโปรโมชันที่ดีกว่าคู่แข่งได้ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่า
Trip.com มีราคาดีที่สุด และเลือกจองผ่านแพลตฟอร์มเดิม

แม้กลยุทธ์นี้จะช่วยให้
Trip.com รักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้ แต่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนมองว่า เมื่อแพลตฟอร์มรายใหญ่เริ่มใช้ "อำนาจตลาด" มากกว่าการแข่งขันด้วยคุณภาพหรือบริการ ก็อาจทำให้โรงแรมเสียอำนาจในการตัดสินใจ คู่แข่งรายอื่นเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น และสุดท้ายผู้บริโภคอาจเหลือทางเลือกน้อยลง

บทลงโทษกว่า 26,000 ล้านบาท

คำสั่งของ SAMR ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องค่าปรับเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงโทษหลายด้าน เพื่อส่งสัญญาณว่า การใช้อำนาจเหนือตลาดมีต้นทุนที่ต้องจ่าย เช่น

- ริบรายได้ที่หน่วยงานรัฐมองว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 1,660 ล้านหยวน
- ปรับทางปกครองอีก 3,520 ล้านหยวน
- และคืนเงินมัดจำการจองโรงแรมให้ผู้ประกอบการอีก 122 ล้านหยวน
เมื่อรวมทั้งหมด ก็คิดเป็นมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท

หรือการมี "ข้อมูล" มาก ยิ่งสร้างความได้เปรียบ?

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มแข่งขันกันอย่างหนัก คือ "ข้อมูล" เพราะยิ่งมีผู้ใช้งานค้นหาและจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มเดียวมากเท่าไร บริษัทก็ยิ่งสะสมข้อมูลได้มากขึ้น

เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้พัฒนาอัลกอริทึมในการแนะนำโรงแรม ปรับราคาแบบเรียลไทม์ และออกโปรโมชันที่แม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และยิ่งดึงดูดผู้ใช้งานให้กลับมาใช้บริการอีก

แต่เมื่อความได้เปรียบ “กลายเป็นการปิดกั้นการแข่งขัน”

แม้กลยุทธ์นี้จะช่วยให้แพลตฟอร์มเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่หากโรงแรมไม่สามารถตั้งราคาหรือขายผ่านช่องทางอื่นได้อย่างอิสระ ตลาดก็จะเริ่มเสียสมดุล

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนมองว่า เมื่อแพลตฟอร์มรายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงจนสามารถกำหนดเงื่อนไขให้กับโรงแรมได้ ผู้ประกอบการจะมีทางเลือกน้อยลง ขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่งก็เข้าถึงโรงแรมได้ยาก ส่งผลให้การแข่งขันลดลง และท้ายที่สุดอาจกระทบผู้บริโภค ทั้งในแง่ของราคา ทางเลือก และบริการ

กรณีของ
Trip.com ไม่ใช่เรื่องใหม่ในอุตสาหกรรม OTA เพราะในอดีตแพลตฟอร์มจองโรงแรมหลายแห่งทั่วโลกก็เคยถูกตรวจสอบเรื่อง "Rate Parity" หรือการกำหนดให้โรงแรมห้ามขายห้องพักในราคาที่ถูกกว่าบนช่องทางอื่น ซึ่งหลายประเทศในยุโรปได้ออกกฎหมายจำกัดหรือห้ามแนวปฏิบัติลักษณะนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถแข่งขันและกำหนดราคาของตนเองได้อย่างอิสระ

กรณีของ
Trip.com จึงสะท้อนว่า หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อไม่ให้การเติบโตของผู้เล่นรายใหญ่แลกมาด้วยการแข่งขันที่ลดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว