
จากโลกร้อน สู่โลกเดือด วันนี้ทุกภัยธรรมชาติไม่ได้ให้สัญญาณเตือนอีกต่อไป แต่กำลังบอกให้เราเตรียมรับมือความรุนแรงที่จะเพิ่มขึ้นจากนี้ในทุกๆ ปี
หลายคนเห็นถึงภัยพิบัติที่พึ่งเกิดขึ้นกับชาวหาดใหญ่ไม่นานมานี้ ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ และไม่ได้พังแค่ในพื้นที่หาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังลาก Supply Chain ทั้งธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำไปด้วย แน่นอนว่าเรื่องของการบริหารจัดการนั้นก็สำคัญ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งก็มาจากภาวะโลกเดือดด้วยเช่นกัน
แต่จะให้หยุดตอนนี้ก็คงไม่ทัน โดยอาจต้องปรับตัว และอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้แทน
การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Adaptation คือการที่มนุษย์ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากภาวะโลกที่รวนในตอนนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ถ้าในด้านของธุรกิจอาจต้องพึ่งพาด้านนโยบายของทางภาครัฐ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านงบประมาณ ด้านองค์ความรู้ ให้กับผู้ประกอบการ
ซึ่งไทยก็เคยมีการประกาศ กําหนดนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการบ้างแล้ว ทั้งในส่วนกรอบวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนา แผนแม่บท และแผนปฏิบัติการในระดับต่างๆ เพื่อผลักดันประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่าน 8 นโยบาย Circular Economy
แล้วถ้าเราจะต้องปรับตัว ควรจะเป็นในรูปแบบไหน เดี๋ยวเราจะพาไปดูโมเดลของประเทศที่รับมือได้อย่างดี ซึ่งไม่ได้ไกลจากประเทศเรามากนัก นั่นคือ “มาเลเซีย” ซึ่งมีการเตรียมพร้อมทั้งศูนย์อพยพ และงบประมาณเยียวยาความเสียหาย เพราะทราบดีว่าในทุกปี พื้นที่นี้จะต้องเจอกับพายุ
จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าหลายเดือน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็มีการเตรียม PPS หรือ ศูนย์อพยพ กว่า 9,000 แห่ง ที่รองรับคนได้ถึง 2.2 ล้านคน ซึ่งเปิดใช้งานไป 7 แห่ง พร้อมเตือนภัยล่วงหน้า 3 วัน โดยสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ
นอกจากนี้ยังประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 7,816 บาท ต่อครอบครัว สำหรับผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนกับศูนย์อพยพผ่านระบบ Digital ID และทางการท้องถิ่นของรัฐสลังงอร์จะมอบเงินสด 500 ริงกิตหรือประมาณ 3,908 บาท ให้แก่ 750 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในรัฐสลังงอร์อีกด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดนี้กำลังบอกเราว่า มาเลเซีย เรียนรู้และเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี นี่คือการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น จนสามารถพัฒนาระบบ รับมือวางแผนเชิงรุก และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้จริง เรียกว่าเป็นตัวอย่างของการเตรียมพร้อมที่น่าสนใจ
เพราะธรรมชาติไม่เคยรอให้เราพร้อม เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แปลว่าวันนี้เราต้องปรับตัวให้ทันและทำในทันทีเพื่อให้ความสูญเสียเกิดขึ้นน้อยที่สุด
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
