
สังคม
สบส. พัฒนาระบบวิทยุสื่อสารทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต เชื่อมการสื่อสารฉุกเฉิน แม้ระบบหลักล่ม
5 ตุลาคม 2569
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พัฒนาระบบวิทยุสื่อสารทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต “MOPH RoIP-LINK” เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลและศูนย์สั่งการการแพทย์ฉุกเฉินสามารถติดต่อกันได้แบบเรียลไทม์ แม้ระบบสื่อสารหลักจะใช้งานไม่ได้จากเหตุภัยพิบัติ
โดยระบบจะเชื่อมต่อโครงข่ายวิทยุของส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่ห่างไกล ช่วยให้การรายงานสถานการณ์ การประสานงานกู้ชีพ และการลำเลียงผู้ป่วยดำเนินต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์น้ำท่วม
ซึ่งระบบนี้เคยถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ปี 68 โดยสามารถรองรับการสื่อสารระหว่างทีมกู้ภัยและโรงพยาบาลสนามได้ตลอดช่วงที่น้ำท่วมสูง ปัจจุบันติดตั้งแล้วในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
เมื่อการสื่อสารคือ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภาวะภัยพิบัติ”
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สบส. พัฒนาระบบ “MOPH RoIP-LINK” มาจากโจทย์ที่ว่า “จะทำยังไงให้การสื่อสารยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้เกิดภัยพิบัติและระบบสื่อสารในพื้นที่ได้รับความเสียหาย” เพราะเมื่อระบบสื่อสารล่มหรือใช้งานไม่ได้ อาจทำให้หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาล และศูนย์สั่งการไม่สามารถประสานงานกันได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เพราะในการรับมือภัยพิบัติ การสื่อสารถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการช่วยเหลือประชาชน ทุกวินาทีอาจหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงผู้ประสบภัยและช่วยชีวิต โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นและสร้างผลกระทบต่อพื้นที่อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย อัคคีภัย หรือภัยพิบัติรูปแบบอื่น ๆ การมีช่องทางสื่อสารที่ยังใช้งานได้จึงเป็นส่วนสำคัญในการทำให้การช่วยเหลือและประสานงานเดินหน้าต่อไปได้
บทเรียนจาก MOPH RoIP-LINK: การสื่อสารต้องไปต่อในภาวะวิกฤต
บทเรียนสำคัญจากระบบ “MOPH RoIP-LINK” ไม่ใช่เพียงการมี “เทคโนโลยีสำหรับใช้เมื่อเกิดภัยพิบัติ” แต่คือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ “ไม่ล้มไปพร้อมกับภัยพิบัติ”
เพราะเมื่อสถานการณ์มีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ความสามารถในการสื่อสารและประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งมีความสำคัญต่อการประสานงานและประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
