
เมื่อการค้าระหว่างประเทศแบบเดิมที่ถูกผูกขาดไว้ ทำให้หลายประเทศรวมถึงไทยมีอำนาจต่อรองน้อยลงโดยเฉพาะเมื่อเจอกับผลกระทบทางภาษีการค้าจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ แต่ไทยเตรียมเข้าสู่เกมการค้าใหม่ที่เตรียมเดินหมาก ดีล FTA 3 ตลาดใหม่ เพื่อลดพึ่งพาตลาดใหญ่อย่าง สหรัฐฯ และ จีน ได้มากขึ้น
ซึ่งถ้าดูจากข้อมูลการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐ จะพบว่าอยู่ในอันดับที่ 1 เมื่อเทียบคู่ค้าทั้งหมด โดยช่วง 9 เดือน แรกของปี 68 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯมากถึง 1,722,234 บาท ส่วนตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในช่วง ม.ค.-ก.ย. 68 คือ จีน ซึ่งไทยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1,013,081 บาท
กระทรวงพาณิชย์ จึงกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการส่งออกไทยที่เข้มแข็งภายใต้แนวทาง Balance-Inclusive-Diversify ที่สร้างสมดุลระหว่างการขยายตลาดเดิม หาตลาดใหม่ นำไทยไปอยู่ใน Supply Chain ใหม่ เพื่อกระจายทั้งสินค้าและตลาด
กำหนดเป้าหมายสร้างมูลค่าทางการค้าเพิ่ม 8,750 ล้านบาท ใน 4 เดือน และเพิ่มขึ้น 139,132 ล้านบาทใน 1 ปี โดยมี FTA รวม 3 ฉบับที่จะดำเนินการให้สำเร็จภายใน 1 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่า GDP และโอกาสธุรกิจรวมทั้งการค้าและการลงทุนในระยะยาว ซึ่งจะประกอบด้วย
●FTA ไทย-EFTA ช่วยเพิ่มจีดีพี 0.179% (ตั้งเป้าเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบข้อตกลงในเดือน ม.ค. ปี 69)
●FTA ไทย-EU ช่วยเพิ่มจีดีพี 1.28% (มีแผนเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุป)
●FTA ไทย-เกาหลีใต้ ช่วยเพิ่มจีดีพี 0.32-0.44% (มีแผนจะสรุปประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเดือน ธ.ค. ปี 68)
ซึ่งแผนเหล่านี้จะช่วยให้ไทยมีทางเลือกทางการค้ามากขึ้นได้จริง โดยนักวิชาการธรรมศาสตร์ ก็ได้แสดงความเห็น ว่าเห็นด้วยกับแผนนี้ มองว่าเป็นทิศทางที่ดีต่อภาพรวมการส่งออกไทย เพราะนับตั้งแต่มีสงครามทางการค้า ก็จะเห็นว่าไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นถึง 18% พร้อมหนุนแนวทางของรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ที่เดินหน้าปิดดีล FTA ครั้งนี้
แผนทั้งหมดนี้หากบรรลุครบถ้วน และดำเนินการไปอย่างราบรื่นตามตกลงจริง อนาคตจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศได้ แบบที่ไม่ใช่แค่หาทางรอดด้านการค้าอย่างเดียว แต่เป็นการวางรากฐานให้ไทยแข่งขันในระยะยาวได้แม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็ตาม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
