
ถ้าพูดถึงยี่ห้อรถยนต์ที่ขับได้เอง ยี่ห้อแรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น Tesla จนทำให้คำว่า “Autopilot” กลายเป็นคำติดหูคนทั่วโลก
ฟังก์ชัน “Autopilot” ของ Tesla กลายเป็นประเด็นร้อนในตอนนี้
เรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 2019 ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เมื่อรถ Tesla Model S ที่เปิดใช้ ระบบ Autopilot พุ่งชนรถอีกคัน จนเกิดเหตุสลดขึ้น คนขับให้การว่าได้ก้มหามือถือที่ตกอยู่ และคิดว่าระบบจะช่วยเบรก แต่มันกลับเร่งความเร็วแทน แม้ความจริงแล้วมันเป็นเพียงระบบช่วยขับแบบกึ่งอัตโนมัติ ที่ยังต้องมีคนจับพวงมาลัยและพร้อมควบคุมตลอดเวลา แต่เพราะใช้คำว่า Autopilot ก็ชวนให้คนเข้าใจว่ามันขับได้เอง
พอเกิดอุบัติเหตุขึ้น เรื่องเลยไม่ใช่แค่ใครชนใคร แต่คนเริ่มตั้งคำถามว่า ผู้ขับเข้าใจความสามารถของระบบถูกต้องหรือไม่ ทำให้ Tesla ต้องมีส่วนรับผิดชอบคดีนี้ 33% และต้องจ่ายค่าเสียหายกว่า 7,500 ล้านบาท ซึ่ง Tesla พยายามยื่นขอให้ศาลยกเลิกหรือพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า อุบัติเหตุดังกล่าว เกิดจากความประมาท บริษัทรถยนต์ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากความประมาทของคนขับเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับข้อบกพร่องของระบบ Autopilot โดยตรง
ที่ผ่านมา Tesla ถูกฟ้องร้องหลายคดีเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติของรถ แต่ส่วนใหญ่จบลงด้วยการไกล่เกลี่ยหรือถูกยกฟ้อง ทำให้ไม่ต้องสู้คดีกันในศาลจนถึงขั้นพิจารณาคดี แต่ล่าสุด ผู้พิพากษาปฏิเสธคำร้องดังกล่าว ทำให้คำตัดสินเดิมยังคงมีผล และบริษัทยังต้องรับภาระค่าเสียหายตามนั้น แม้คาดว่า Tesla จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวก็ตาม ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้ผลิตเทคโนโลยีเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบการช่วยขับ ว่าต้องสื่อสารด้านข้อมูลกับผู้ใช้ให้ชัดเจน เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้น บริษัทอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดได้ยากในฐานะผู้ผลิต
นอกจากนี้ เรื่องชื่อ Autopilot ก็ถูกหน่วยงานรัฐในรัฐแคลิฟอร์เนียหยิบขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยกรมยานยนต์ของรัฐ (DMV) มองว่า การใช้ชื่อดังกล่าว อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด คิดว่ารถขับเองได้ Tesla จึงตัดสินใจเลิกใช้คำว่า “Autopilot” ในสื่อโฆษณาและการตลาดในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกสั่งระงับใบอนุญาตขายรถในรัฐนาน 30 วัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง ก็อาจกระทบต่อธุรกิจอย่างหนัก
ทำให้คดีนี้กลายเป็นตัวอย่างว่า การสื่อสารทำให้ผู้ใช้เข้าใจเกินจริง บริษัทก็อาจต้องร่วมรับผิดเมื่อเกิดความเสียหาย เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถที่มีระบบช่วยขับว่า นอกจากต้องพัฒนาระบบให้ปลอดภัยแล้ว ใช้คำโฆษณาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับขีดความสามารถของเทคโนโลยี
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
