
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา เทค มูฟ เมนท์ ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเสวนา ในหัวข้อ ยกระดับความปลอดภัยองค์กรอย่างมั่นคงด้วย “Cyber Security” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จํากัด (มหาชน) เพื่อร่วมเปิดมุมมองใหม่ด้าน Cyber Security ในการยกระดับความปลอดภัยให้องค์กร เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
โดย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้เผยภาพรวมสถานการณ์
ภัยคุกคามในปัจจุบัน พร้อมบอกว่า “ความปลอดภัยไซเบอร์” ไม่ใช่แค่เรื่องของทีมไอที แต่เป็นเรื่องของคนทั้งองค์กร เพราะเมื่อเกิดการรั่วไหลของข้อมูล ความเสียหายนั้นไม่ได้จบแค่ระบบ แต่ยังหมายถึง “ความไว้วางใจของลูกค้าที่อาจเสียไป” และนั่นอาจเป็นจุดที่ทำให้เสียโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ที่ส่งผลต่อรายได้ในอนาคต โดยสรุปหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์มาให้ดังนี้
1.สถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลก
ภัยที่พบมากที่สุดในตอนนี้คือ Ransomware หรือการเรียกค่าไถ่ข้อมูล คิดเป็น 23% ของการโจมตีทั้งหมด
ตามมาด้วยการขโมยข้อมูล (Data Theft) และการเจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์ (Server Access) ที่คิดเป็น 13% และ 10% ตามลำดับ
2.จำนวนภัยคุกคามผ่านเว็บไซต์ของไทย
ภัยคุกคามผ่านเว็บไซต์ที่ตรวจพบและบล็อก ตั้งแต่ มกราคม- มิถุนายน 2024 จาก Kaspersky ไทยถูกโจมตีไปทั้งสิ้น 1,057,732 เว็บไซต์ เฉลี่ย 5,811 รายการต่อวัน และในช่วงเดือน ตุลาคม 67 – 4 พฤษภาคม 68 ถูกโจมตีรวมแล้วทั้งสิ้น 1,390 เหตุการณ์ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลโดย ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่เรื่องที่ควรมองข้ามอีกต่อไป
3.AI-Driven Ransomware ตัวแรกของโลกจากแฮ็กเกอร์มือใหม่ที่ใช้ AI
เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่านอกจากประโยชน์ที่ได้รับ เพราะมีบางคนใช้ในทางผิด อย่างการสร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ด้วย AI ยังมีโทษที่ตามมาแบบไม่ทันตั้งตัวอย่าง “การสร้างแฮ็กเกอร์” มือใหม่ขึ้นมา ซึ่งแฮ็กเกอร์เหล่านี้แค่ต้องการทดสอบความรู้ของตัวเองว่าสามารถโจมตีได้ระดับไหน แต่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น นี้จึงเป็นสาเหตุที่องค์กรควรเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
4.แนวทางป้องกัน : กรอบการจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ด้วย NIST CSF 2.0 มี 6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้ คือ
1.Identify (ระบุ) – เข้าใจสิ่งที่ต้องปกป้อง
2.Protect (ป้องกัน) – วางมาตรการให้ระบบปลอดภัย
3.Detect (ตรวจจับ) – หมั่นสอดส่องหาความผิดปกติ
4.Respond (ตอบสนอง) – มีแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุ
5.Recover (ฟื้นฟู) – ฟื้นฟูระบบให้กลับมาทำงานได้
6.Govern (บริหารจัดการ) – วางระบบการจัดการที่โปร่งใสและอิงข้อมูล
5.การคาดการ์ภัยไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI, ควอนตัมคอมพิวเตอร์, IoT และ Metaverse จะทำให้อาชญากรไซเบอร์มีเครื่องมือที่ซับซ้อนมากขึ้น และเราต้องพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมเหล่านี้
ซึ่งยังบอกว่า ปัจจุบันการใช้เพียงแค่ username และ password นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะเป็นเหมือนช่องโหว่ที่รอวันถูกโจมตีเท่านั้น จึงควรใช้ระบบป้องกันเสริม อย่าง Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าระบบ และลดความเสี่ยงใหญ่ที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว
นอกจากนี้ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ก็ได้ให้ข้อมูลเสริมว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การประเมินความเสี่ยง (Asset Assessment) ในองค์กรก่อนเริ่มการวางระบบป้องกัน โดยเมื่อประเมินแล้ว ควรจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล และทรัพย์สิน เพื่อดูว่าหากถูกโจมตี จุดไหนจะส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด และควรยกระดับการป้องกันในส่วนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมเน้นย้ำว่าแม้จะมีระบบที่ดีแล้ว การมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยตรวจสอบจะสามารถป้องกัน และแก้ไขการโจมตีได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ความจำเป็น” ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องข้อมูลที่เป็นเสมือนทรัพย์สินที่มีค่าขององค์กรที่อาจถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ
โดย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้เผยภาพรวมสถานการณ์
ภัยคุกคามในปัจจุบัน พร้อมบอกว่า “ความปลอดภัยไซเบอร์” ไม่ใช่แค่เรื่องของทีมไอที แต่เป็นเรื่องของคนทั้งองค์กร เพราะเมื่อเกิดการรั่วไหลของข้อมูล ความเสียหายนั้นไม่ได้จบแค่ระบบ แต่ยังหมายถึง “ความไว้วางใจของลูกค้าที่อาจเสียไป” และนั่นอาจเป็นจุดที่ทำให้เสียโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ที่ส่งผลต่อรายได้ในอนาคต โดยสรุปหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์มาให้ดังนี้
1.สถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลก
ภัยที่พบมากที่สุดในตอนนี้คือ Ransomware หรือการเรียกค่าไถ่ข้อมูล คิดเป็น 23% ของการโจมตีทั้งหมด
ตามมาด้วยการขโมยข้อมูล (Data Theft) และการเจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์ (Server Access) ที่คิดเป็น 13% และ 10% ตามลำดับ
2.จำนวนภัยคุกคามผ่านเว็บไซต์ของไทย
ภัยคุกคามผ่านเว็บไซต์ที่ตรวจพบและบล็อก ตั้งแต่ มกราคม- มิถุนายน 2024 จาก Kaspersky ไทยถูกโจมตีไปทั้งสิ้น 1,057,732 เว็บไซต์ เฉลี่ย 5,811 รายการต่อวัน และในช่วงเดือน ตุลาคม 67 – 4 พฤษภาคม 68 ถูกโจมตีรวมแล้วทั้งสิ้น 1,390 เหตุการณ์ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลโดย ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่เรื่องที่ควรมองข้ามอีกต่อไป
3.AI-Driven Ransomware ตัวแรกของโลกจากแฮ็กเกอร์มือใหม่ที่ใช้ AI
เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่านอกจากประโยชน์ที่ได้รับ เพราะมีบางคนใช้ในทางผิด อย่างการสร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่ด้วย AI ยังมีโทษที่ตามมาแบบไม่ทันตั้งตัวอย่าง “การสร้างแฮ็กเกอร์” มือใหม่ขึ้นมา ซึ่งแฮ็กเกอร์เหล่านี้แค่ต้องการทดสอบความรู้ของตัวเองว่าสามารถโจมตีได้ระดับไหน แต่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น นี้จึงเป็นสาเหตุที่องค์กรควรเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
4.แนวทางป้องกัน : กรอบการจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ด้วย NIST CSF 2.0 มี 6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้ คือ
1.Identify (ระบุ) – เข้าใจสิ่งที่ต้องปกป้อง
2.Protect (ป้องกัน) – วางมาตรการให้ระบบปลอดภัย
3.Detect (ตรวจจับ) – หมั่นสอดส่องหาความผิดปกติ
4.Respond (ตอบสนอง) – มีแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุ
5.Recover (ฟื้นฟู) – ฟื้นฟูระบบให้กลับมาทำงานได้
6.Govern (บริหารจัดการ) – วางระบบการจัดการที่โปร่งใสและอิงข้อมูล
5.การคาดการ์ภัยไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI, ควอนตัมคอมพิวเตอร์, IoT และ Metaverse จะทำให้อาชญากรไซเบอร์มีเครื่องมือที่ซับซ้อนมากขึ้น และเราต้องพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมเหล่านี้
ซึ่งยังบอกว่า ปัจจุบันการใช้เพียงแค่ username และ password นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะเป็นเหมือนช่องโหว่ที่รอวันถูกโจมตีเท่านั้น จึงควรใช้ระบบป้องกันเสริม อย่าง Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าระบบ และลดความเสี่ยงใหญ่ที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว
นอกจากนี้ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ก็ได้ให้ข้อมูลเสริมว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การประเมินความเสี่ยง (Asset Assessment) ในองค์กรก่อนเริ่มการวางระบบป้องกัน โดยเมื่อประเมินแล้ว ควรจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล และทรัพย์สิน เพื่อดูว่าหากถูกโจมตี จุดไหนจะส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด และควรยกระดับการป้องกันในส่วนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมเน้นย้ำว่าแม้จะมีระบบที่ดีแล้ว การมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยตรวจสอบจะสามารถป้องกัน และแก้ไขการโจมตีได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ความจำเป็น” ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องข้อมูลที่เป็นเสมือนทรัพย์สินที่มีค่าขององค์กรที่อาจถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

ต่างประเทศสังคม
แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

ไทยสังคม
รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์

ต่างประเทศสังคม