ทำไมรัฐนิวยอร์กต้องออกกฎหมาย บังคับแพลตฟอร์มโซเชียล ให้ติดป้ายกำกับเตือนสุขภาพจิต
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทำไมรัฐนิวยอร์กต้องออกกฎหมาย "บังคับแพลตฟอร์มโซเชียล" ให้ติดป้ายกำกับเตือนสุขภาพจิต?

เคยไหม เปิดมือถือแค่จะดูอะไรเพลินๆ ก่อนนอน เลื่อนฟีดไปเรื่อย ๆ บอกตัวเองว่า “อีกคลิปเดียว” แต่รู้ตัวอีกทีผ่านไปเป็นชั่วโมง วิดีโอก็เล่นต่อเองไม่หยุด คอนเทนต์ก็ถูกใจขึ้นเรื่อยๆ จนวางมือถือไม่ลง เพราะแพลตฟอร์มต้องการให้เราใช้เวลาในแอปฯมากขึ้น จึงมีฟีเจอร์อย่าง เลื่อนฟีดไม่รู้จบ และวิดีโอเล่นอัตโนมัติ ที่คอยคัดเนื้อหาถูกใจมาให้ดูต่อเนื่อง ทำให้เผลอไถไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

ซึ่งไม่นานมานี้ รัฐนิวยอร์กออกกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยกำหนดให้แอปฯที่ใช้กลไกเหล่านี้ ต้องแสดงคำเตือนเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทุกครั้งที่ใช้งาน โดยเน้นปกป้องเด็กและเยาวชนเป็นหลัก ที่เตือนอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้เท่าทัน

แล้วมันส่งผลเสียกับเยาวชนยังไง ทำไมถึงต้องออกกฎหมายควบคุม?

นักวิจัยชี้ว่า กลไกเหล่านี้อาจดึงผู้ใช้เข้าสู่วงจรพฤติกรรมซ้ำๆ คล้ายการเสพสิ่งที่ให้รางวัลทางจิตใจ ทำให้หยุดใช้งานได้ยาก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบจะชัดเจนมากในเด็กและเยาวชน เพราะสมองส่วนที่ช่วยควบคุมตัวเองและยับยั้งความอยากยังพัฒนาไม่เต็มที่ ขณะที่สมองส่วนที่ตอบสนองต่อ “รางวัล” อย่างไลก์ คอมเมนต์ หรือคลิปใหม่ ๆ กลับไวเป็นพิเศษ 

เมื่อใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลานาน การตอบสนองของสมองที่เกี่ยวกับการตื่นตัวและการได้รับรางวัล เช่น การปล่อยสารโดพามีนเมื่อได้ไลก์หรือดูคลิปใหม่เพิ่มขึ้น เหมือนกับพฤติกรรมเสพติดที่ทำให้รู้สึกอยากใช้งานต่อ จนเผลอใช้เวลานานกว่าที่ตั้งใจ และควบคุมเวลาใช้งานได้ยากขึ้น

นอกจากนี้งานวิจัยชี้ว่า การใช้โซเชียลอย่างต่อเนื่องยังอาจเกี่ยวข้องกับอาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ในวัยรุ่น โดยเฉพาะเมื่อเสพคอนเทนต์ผ่านอัลกอริธึมที่คัดเลือกเนื้อหากระตุ้นอารมณ์และดึงให้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงนำไปสู่คำถามว่า การออกแบบแพลตฟอร์มและอัลกอริทึมควรถูกควบคุมมากแค่ไหน ซึ่งในปีนี้เราจะเห็นประเทศเริ่มขยับจากการกำกับเนื้อหา ไปสู่การกำกับโครงสร้างของแพลตฟอร์มโดยตรง

ที่เห็นได้ชัดที่สุดในตอนนี้คือออสเตรเลีย ที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์มหลักทั้ง TikTok, Instagram, Snapchat, YouTube และอื่นๆ โดยบังคับให้แพลตฟอร์มมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้ 

ขณะเดียวกัน ประเทศอื่นๆ อย่าง เดนมาร์ก และมาเลเซีย ก็เริ่มส่งสัญญาณว่าจะออกมาตรการไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย

ซึ่งกฎหมายใหม่ของรัฐนิวยอร์กอาจไม่ใช่มาตรการของประเทศเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในหลายประเทศทั่วโลก ที่เริ่มหันมาจัดการผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเด็กอย่างจริงจัง ภาพรวมของมาตรการที่เกิดขึ้นในปีนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า “การคุมโซเชียลเพื่อปกป้องเยาวชน” กำลังกลายเป็นวาระระดับโลก ตั้งแต่การติดป้ายคำเตือน การจำกัดอายุผู้ใช้ การตรวจสอบการเข้าถึง ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มด้วยบทลงโทษที่ชัดเจนมากขึ้น


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถิติฯ_ผนึกกระทรวงเกษตรฯ_ปั้น_One_Data_รวมฐานข้อมูลเกษตรครบวงจร

สถิติฯ ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ปั้น One Data รวมฐานข้อมูลเกษตรครบวงจร

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าลงนามความร่วมมือจัดทำโครงการ One Data

clock20 ชั่วโมงที่แล้ว
กสทช_ทุ่มงบ_USO_ดันเน็ตเข้าถึงทั่วไทย_สื่อสารไม่ล่มยามฉุกเฉิน

กสทช. ทุ่มงบ USO ดันเน็ตเข้าถึงทั่วไทย-สื่อสารไม่ล่มยามฉุกเฉิน

clock1 วันที่แล้ว
สสว_ส่งสัญญาณบวก_อัดมาตรการช่วย_SME_เดินหน้าต่อได้แม้โลกผันผวน

สสว.ส่งสัญญาณบวก อัดมาตรการช่วย SME เดินหน้าต่อได้แม้โลกผันผวน

clock1 วันที่แล้ว