
บริษัท CrowdStrike Holdings Inc. ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากสหรัฐ ประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อกิจการ SGNL สตาร์ทอัปด้านความปลอดภัยในการระบุตัวตน (identity security) ในมูลค่าประมาณ 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยไซเบอร์ที่มาจาก AI ในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มเปิดให้ทั้งพนักงานและ ระบบ AI สามารถเข้าถึงระบบต่าง ๆ ได้เองแบบอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มตามไปด้วย
SGNL ก่อตั้งในปี 2021 โดย Scott Kriz และ Erik Gustavson พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบและควบคุมการเข้าใช้ระบบแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานทั่วไป เครื่องจักร และระบบ AI เพื่อป้องกันไม่ให้แฮ็กเกอร์นำบัญชีที่ถูกต้องไปใช้เจาะระบบหรือขโมยข้อมูล
CrowdStrike เริ่มขยายธุรกิจด้านการดูแลความปลอดภัยของการยืนยันตัวตนและสิทธิ์การเข้าระบบ ตั้งแต่ปี 2020 หลังเข้าซื้อบริษัท Preempt Security และปัจจุบันธุรกิจนี้สร้างรายได้ประจำมากกว่า 435 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งการนำเทคโนโลยีของ SGNL มารวมเข้าด้วยกัน จะช่วยเสริมระบบจัดการตัวตนภายในแพลตฟอร์ม Falcon ให้สามารถปรับและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบได้ทันทีและต่อเนื่อง ตามระดับความเสี่ยงที่ตรวจพบในแต่ละช่วงเวลา
ซีอีโอของ CrowdStrike ระบุว่า ปัจจุบันการโจมตีทางไซเบอร์มักไม่ได้มาจากการแฮ็กเจาะระบบแบบเดิม ๆ แต่เกิดจากการนำ บัญชีผู้ใช้ที่ถูกต้อง ไปใช้เข้าระบบแทน ซึ่งการเข้าซื้อ SGNL จะช่วยให้บริษัทรับมือกับปัญหานี้ได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่า ไม่มีแผนปลดพนักงานของ SGNL หลังการควบรวมกิจการ
ดีลนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ของ CrowdStrike โดยส่วนใหญ่จ่ายเป็น เงินสด พร้อม หุ้นบางส่วน ที่มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ หลังปิดดีล เทคโนโลยีของ SGNL จะถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม Falcon เพื่อให้ลูกค้าเดิมสามารถใช้งานต่อได้อย่างราบรื่น
ที่มา : Reuters
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ AI เลียนเสียงได้ จนคนดังต้อง "จดลิขสิทธิ์เสียง" ป้องกันตัว
ในยุคที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปไกลจนสามารถเลียนแบบทั้ง “ตัวตน” และ “เสียง” ของมนุษย์ได้อย่างสมจริง แต่อีกด้านหนึ่ง AI ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงและสร้างความเสียหายได้เช่นกัน

เมื่อ AI เลียนเสียงได้ จนคนดังต้อง "จดลิขสิทธิ์เสียง" ป้องกันตัว

