CrowdStrike ทุ่ม 740 ล้านดอลลาร์ ซื้อ SGNL เสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ยุค AI
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

CrowdStrike ทุ่ม 740 ล้านดอลลาร์ ซื้อ SGNL เสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ยุค AI

Clock Icon

9 มกราคม 2569

บริษัท CrowdStrike Holdings Inc. ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากสหรัฐ ประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อกิจการ SGNL สตาร์ทอัปด้านความปลอดภัยในการระบุตัวตน (identity security) ในมูลค่าประมาณ 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยไซเบอร์ที่มาจาก AI ในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มเปิดให้ทั้งพนักงานและ ระบบ AI สามารถเข้าถึงระบบต่าง ๆ ได้เองแบบอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มตามไปด้วย

SGNL ก่อตั้งในปี 2021 โดย Scott Kriz และ Erik Gustavson พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบและควบคุมการเข้าใช้ระบบแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานทั่วไป เครื่องจักร และระบบ AI เพื่อป้องกันไม่ให้แฮ็กเกอร์นำบัญชีที่ถูกต้องไปใช้เจาะระบบหรือขโมยข้อมูล

CrowdStrike เริ่มขยายธุรกิจด้านการดูแลความปลอดภัยของการยืนยันตัวตนและสิทธิ์การเข้าระบบ ตั้งแต่ปี 2020 หลังเข้าซื้อบริษัท Preempt Security และปัจจุบันธุรกิจนี้สร้างรายได้ประจำมากกว่า 435 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งการนำเทคโนโลยีของ SGNL มารวมเข้าด้วยกัน จะช่วยเสริมระบบจัดการตัวตนภายในแพลตฟอร์ม Falcon ให้สามารถปรับและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบได้ทันทีและต่อเนื่อง ตามระดับความเสี่ยงที่ตรวจพบในแต่ละช่วงเวลา

ซีอีโอของ CrowdStrike ระบุว่า ปัจจุบันการโจมตีทางไซเบอร์มักไม่ได้มาจากการแฮ็กเจาะระบบแบบเดิม ๆ แต่เกิดจากการนำ บัญชีผู้ใช้ที่ถูกต้อง ไปใช้เข้าระบบแทน ซึ่งการเข้าซื้อ SGNL จะช่วยให้บริษัทรับมือกับปัญหานี้ได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่า ไม่มีแผนปลดพนักงานของ SGNL หลังการควบรวมกิจการ

ดีลนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ของ CrowdStrike โดยส่วนใหญ่จ่ายเป็น เงินสด พร้อม หุ้นบางส่วน ที่มีเงื่อนไขการรับสิทธิ์ หลังปิดดีล เทคโนโลยีของ SGNL จะถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม Falcon เพื่อให้ลูกค้าเดิมสามารถใช้งานต่อได้อย่างราบรื่น

ที่มา : Reuters


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว