คนไทยต้องมีกี่ ID ถึงจะพอ เมื่อระบบยืนยันตัวตนของรัฐควรรวมศูนย์ที่เดียวสักที
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

คนไทยต้องมีกี่ ID ถึงจะพอ? เมื่อระบบยืนยันตัวตนของรัฐควรรวมศูนย์ที่เดียวสักที

Clock Icon

7 พฤษภาคม 2569

ในวันที่ภาครัฐมีทั้ง ThaiD, Digital ID (NDID) หรือแอปฯ ทางรัฐ ซึ่งล้วนถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ แต่ในความเป็นจริง
ผู้ใช้งานกลับยังต้องดาวน์โหลดหลายแอปฯจำหลายบัญชี และยืนยันตัวตนซ้ำไปมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ทุกระบบต่างก็ใช้ข้อมูลของ “คนๆเดียวกัน”

สิ่งนี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง นั่นคือการทำงานแบบ “Silo” หรือการที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างพัฒนาระบบของตัวเองแยกกัน โดยไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้

แนวคิดของ “Single Digital Identity” จึงกลายเป็นทางออก?

หลายประเทศก็เริ่มนำแนวคิด “Single Digital Identity” มาใช้ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การรวมทุกข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลก้อนเดียว แต่คือการสร้าง “Digital Infrastructure กลาง” ที่เสมือนถนนและประตูทางเข้าหลักที่เอื้อให้ทุกหน่วยงานสามารถ sync ข้อมูลกันผ่าน API ภายใต้มาตรฐานเดียวกันได้

หรือพูดง่าย ๆ คือ ทุกหน่วยงานยังมีฐานข้อมูลของตัวเอง แต่ทุกๆ ระบบต้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เมื่อประชาชนล็อกอิน ระบบควรที่จะยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อไปยังบริการต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาล ประกันสังคม ภาษี หรือเอกสารราชการ โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ทุกครั้ง

ยกตัวอย่างเช่น หาก “นางสาว A” ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วย ID เดียว ไม่ว่าเธอจะเข้าใช้งานบริการด้านสุขภาพ ประกันสังคม ภาษี

หรือการขอเอกสารราชการ ระบบก็ควรที่จะดึงข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องให้เธอลงทะเบียนใหม่ทุกครั้ง

ควรมี “ถังข้อมูลกลาง” เพื่อเชื่อมทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน?

ดังนั้น สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการมีมาตรฐานข้อมูลกลาง ระบบ API สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ระบบ Single Sign-On (SSO) ที่ล็อกอินครั้งเดียวแล้วเข้าถึงได้ทุกบริการ รวมถึงการความยินยอม(Consent) และการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลใดสามารถแชร์กับหน่วยงานใดได้บ้าง

“หน่วยงาน” เหมือน “บ้านที่แยกกันอยู่”

หากเปรียบง่าย ๆ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐแต่ละแห่งก็เหมือน “บ้านที่แยกกันอยู่” และประชาชนต้องเป็นคนเดินถือเอกสารไปส่งเองทุกครั้ง แต่อนาคตที่ควรเป็น คือบ้านทุกหลังยังอยู่ที่เดิม เพียงแค่มีเส้นทางดิจิทัล เชื่อมถึงกันทั้งหมด ทำให้ข้อมูลสามารถวิ่งหากันได้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องทำเรื่องเดิมซ้ำหลายรอบอีกต่อไป

ท้ายที่สุด เป้าหมายของ “Single Digital Identity” คงไม่ใช่แค่ทำให้การล็อกอินง่ายขึ้น แต่คือการยกระดับบริการภาครัฐให้รวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุน ลดงานเอกสาร และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก_ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ศธ_หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ_ดันวาระเร่งด่วน_เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

ศธ. หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ ดันวาระเร่งด่วน เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
เวิร์คไม่เวิร์ค_สรุปประเด็น_ศธ_จับมือ_TikTok_ใช้_AI_ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

เวิร์คไม่เวิร์ค? สรุปประเด็น ศธ. จับมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว