_เอาจริงแล้ว_!_โรงพยาบาลโดนปรับ_1.webp
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

เอาจริงแล้ว ! โรงพยาบาลโดนปรับ 1.2 ล้าน เพราะถุงโตเกียว?

Clock Icon

7 สิงหาคม 2568

ใครจะคิดว่าจะเจอข้อมูลคนป่วยบนถุงขนมโตเกียว แล้วข้อมูลสำคัญขนาดนี้หลุดออกมาได้ยังไง?


นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และการใช้กระดาษรียูสแบบนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะเคยมีประเด็นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว อย่างกรณีพบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนที่ถูกรียูสเป็นถุงใส่กล้วยแขกทอด ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา


โดยที่จริงก็มีกฎหมายด้าน PDPA ที่เอาผิดอย่างจริงจังแล้ว หากหน่วยงานไหนยังละเลยจะมีบทลงโทษในทันที ซึ่งโทษจะหนักเบาก็จะถูกสืบที่มาที่ไปเพื่อตัดสินตามบทลงโทษที่ได้กำหนดไว้


ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นในเคสนี้ทาง PDPA ก็ออกมาให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลดังกล่าว ถูกสั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 1.2 ล้านบาท จากเหตุข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยรั่วไหลกว่า 1,000 ฉบับรั่วไหล โดยถูกนำไปรีไซเคิลเป็นถุงขนมโตเกียว ที่เกิดจากการละเลยหน้าที่ของผู้รับจ้างทำลายเอกสาร ทาง สคส. ก็ชี้ชัดว่าทั้งผู้ควบคุม และผู้ประมวลผลข้อมูลว่าต้องรับผิดร่วมกัน โดยเหตุการณ์นี้ถูกแบ่งการลงโทษออกเป็น 2 กรณีคือ


  • บทลงโทษที่ 1 - โรงพยาบาล ในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ถูกลงโทษปรับ 1,210,000 บาท


  • บทลงโทษที่ 2 - บุคคลธรรมดา ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ถูกลงโทษปรับ 16,940 บาท รวมมูลค่าการลงโทษปรับทางปกครองกว่า 1,226,940 บาท


เรื่องนี้กำลังย้ำเตือนว่า การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่สถานพยาบาลที่ต้องเข้มงวด แต่ยังรวมไปถึงหน่วยงานที่มีเอกสารส่วนบุคคลไว้ในครอบครอง ต้องระวังการจัดเก็บและนำไปใช้ หรือแม้แต่การทำลายเอกสารก็ควรมีการควบคุมที่รัดกุมมากจากเดิม


นอกจากนี้ องค์กรอาจต้องทบทวนเรื่องการใช้ระบบดิจิทัลในการเก็บและใช้ข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้กระดาษ เพราะระบบสามารถเซ็ทการเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งอาจง่ายต่อการควบคุมมากกว่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากขึ้น


และสุดท้ายข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บได้อย่างปลอดภัย องค์กรต้องมีข้อกำหนดในการจัดเก็บที่ชัดเจน พร้อมควบคุมกำกับดูแลอย่างรัดกุมและเอาจริงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ข้อมูลนั้นรั่วไหลได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก_ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

clock9 ชั่วโมงที่แล้ว
ศธ_หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ_ดันวาระเร่งด่วน_เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

ศธ. หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ ดันวาระเร่งด่วน เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

clock9 ชั่วโมงที่แล้ว
เวิร์คไม่เวิร์ค_สรุปประเด็น_ศธ_จับมือ_TikTok_ใช้_AI_ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

เวิร์คไม่เวิร์ค? สรุปประเด็น ศธ. จับมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว