ทำไม Getty Images แพ้คดีลิขสิทธิ์ แม้เป็นภาพตัวเอง
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทำไม Getty Images แพ้คดีลิขสิทธิ์ แม้เป็นภาพตัวเอง?

Clock Icon

17 พฤศจิกายน 2568

จากกรณีบริษัทดังอย่าง Getty Images ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูง ว่าบริษัท Stability AI ซึ่งเป็นบริษัทด้านการพัฒนา AI สำหรับการสร้างภาพและเนื้อหาสื่อในสหราชอาณาจักร ที่มีผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) เป็นหนึ่งในผู้อำนวยการบริษัท

โดยอ้างว่า Stability AI ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพของตัวเอง "โดยไม่ได้สนใจต่อสิ่งที่นำไปป้อนเป็นข้อมูลฝึกฝนเลยสักนิด" และมีการขโมยและคัดลอกภาพของตัวเองไปหลายล้านภาพ

Getty Images รู้ได้ยังไงว่าภาพถูกเอาไปใช้?

Getty Images ได้มีการตรวจสอบชุดข้อมูลสาธารณะชื่อ LAION-5B ซึ่ง Stable Diffusion หรือโมเดล AI ที่ใช้สร้างรูปภาพจากข้อความของบริษัท Stability AI ได้ระบุข้อมูลใน “Model Card” ว่าใช้ข้อมูลชุดนี้ในการฝึกโมเดล เพราะในชุดข้อมูล LAION-5B จะเก็บเป็น URL กับข้อความบรรยายภาพ ซึ่งก็รวมถึง URL จากเว็บของ Getty Images ด้วย โดยมีการระบุจำนวนคร่าว ๆ ว่า มีรูปของตัวเองอยู่ในชุดฝึกหลายล้านไฟล์เลยทีเดียว

แม้จะเป็นภาพของตัวเอง แต่ทำไมถึงถูกตัดสินให้แพ้คดี

คำตัดสินนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางการออกกฎหมายของรัฐบาลแรงงานในประเด็นลิขสิทธิ์และ AI โดยคดีนี้ Getty Images "ไม่สามารถพิสูจน์ได้" ว่าขั้นตอนการฝึกโมเดล AI โดยใช้ภาพของตัวเอง "เกิดขึ้นภายในสหราชอาณาจักร" ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ของอังกฤษกับ Stability AI ได้ในส่วนนี้ ซึ่งผู้พิพากษายังบอกว่า ตัวโมเดล AI ไม่ได้จัดเก็บหรือทำซ้ำงานลิขสิทธิ์ต้นฉบับ จึงไม่ถือเป็น "สำเนาที่ละเมิดลิขสิทธิ์" ตามกฎหมายนั่นเอง

ทำให้สุดท้าย Stability AI ก็ชนะคดีนี้ไปในที่สุด เพราะศาลมองว่าเป็นผลเสียต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเก็บผลตอบแทนจากผลงานของตัวเองเท่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งเป็นการพิจารณาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของโมเดล AI นำข้อมูลลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

พอฟังแบบนี้แล้วเชื่อว่าเจ้าของผลงานอาจมีรู้สึกสงสัยกันไม่น้อย เพราะผลงานที่เราตรากตรำผลิตชิ้นงานออกมา อาจถูกนำไปใช้ได้ทุกเมื่อโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ หากไม่ได้อยู่ในข้อกฎหมายที่ศาล ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเห็นข่าวจากศิลปินออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับศิลปินท่ามกลางการนำ AI มาร่วมใช้ให้มากขึ้น

ซึ่งกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ของฝั่งไทยนั้นก็มี พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 ให้คำนิยาม “ผู้สร้างสรรค์” หมายถึง “ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์” และ “ลิขสิทธิ์” หมายถึง “สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น”

หากดูจากบทบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” แปลว่าต้องเป็น บุคคลที่มีสถานะทางกฎหมาย ดังนั้น AI ซึ่งไม่ใช่บุคคล จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในผลงานที่สร้างขึ้นเองโดยลำพัง และไม่มีใครถือสิทธิ์ในงานนั้นได้ เว้นแต่จะมีคนจริงเข้ามามีส่วนร่วมบางส่วนในการสร้างสรรค์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างของกฎหมายลิขสิทธิ์ในยุคที่ AI มีบทบาทแทบในทุกอาชีพ การสร้างกฎหมาย หรือข้อกำหนดการใช้งานควรครอบคลุม และตระหนักถึงเจ้าของผลงานในแต่ละสายอาชีพให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการลิดรอนสิทธิ์ รวมถึงการถูกเอาเปรียบจากงานต้นฉบับไปแบบง่าย ๆ

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก_ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ศธ_หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ_ดันวาระเร่งด่วน_เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

ศธ. หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ ดันวาระเร่งด่วน เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
เวิร์คไม่เวิร์ค_สรุปประเด็น_ศธ_จับมือ_TikTok_ใช้_AI_ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

เวิร์คไม่เวิร์ค? สรุปประเด็น ศธ. จับมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว