
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า ปัจจุบันไทยมีสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นเพียงพออย่างน้อยประมาณ 3 เดือน รวมถึงยาสำคัญ เช่น ยารักษาโรคร้ายแรงและยาจิตเวช ขณะที่ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากค่าขนส่ง ราคาพลังงาน และค่าประกันภัย ทำให้ผู้ผลิตต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้นราว 10–15% โดยไทยยังนำเข้ายาและวัตถุดิบตัวยาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะยารักษาโรคซับซ้อน เช่น ยามะเร็ง ที่ ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าเช่นเดิม
สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทำจากพลาสติก เช่น ถุงน้ำเกลือและอุปกรณ์สำหรับการล้างไต ซึ่งผลิตจากปิโตรเคมีและต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อการผลิตและการนำเข้าได้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหายาขาด รัฐได้ตั้งทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คอยตรวจสอบยาจำเป็นกว่า 60 รายการทุกสัปดาห์ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับหากเกิดการขาดแคลน เช่น การผ่อนปรนให้ผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ การเร่งรัดอนุมัติการนำเข้าและการผลิต การปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ และการใช้ยาทดแทนในบางกรณี
พร้อมย้ำว่าประชาชนไม่ควรกักตุนยา เพราะอาจทำให้ระบบกระจายยาเกิดความปั่นป่วน และนำไปสู่ภาวะขาดแคลนโดยไม่จำเป็น ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง อาจส่งผลต่อการจัดหายาและเวชภัณฑ์ในอนาคตได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า
สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

