ทำไม เอกนิติ ไม่ไปต่อกับ Easy e Receipt แต่เร่งเครื่องดัน คนละครึ่งพลัส แทน
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทำไม “เอกนิติ” ไม่ไปต่อกับ Easy e-Receipt แต่เร่งเครื่องดัน “คนละครึ่งพลัส” แทน

Clock Icon

11 กุมภาพันธ์ 2569

ช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม เอก นิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงตัดสินใจ ไม่ไปต่อกับโครงการ “Easy E-Receipt”

ทั้งที่โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นยอดขาย และยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า ขณะเดียวกัน กลับเร่งผลักดัน “คนละครึ่งพลัส” ที่เป็นนโยบายประชานิยมขึ้นมาแทน

Easy E-Receipt มาตรการที่ช่วยวางรากฐานการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

หากมองในเชิงโครงสร้าง Easy E-Receipt ถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญ เพราะเป็นมาตรการที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยนำระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นเครื่องมือจูงใจให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง

ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น แต่ยังเป็นความพยายามในการจัดระเบียบเศรษฐกิจนอกระบบ ดึงร้านค้า พ่อค้าแม่ขาย และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบภาษี สร้างฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

Easy E-Receipt จึงถือเป็นมาตรการที่วางรากฐานได้ถูกจุดในเชิงโครงสร้าง และเดินไปในทิศทางเดียวกับการขับเคลื่อนรัฐดิจิทัล

แต่ในช่วงที่ผ่านมาสภาพคล่องเศรษฐกิจในตอนนี้ยังไม่สู้ดี จึงทำให้รัฐบาลประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า Easy E-Receipt ยังไม่สามารถสร้างแรงกระตุ้นการใช้จ่ายมากนัก โครงการนี้จึงไม่ได้ไปต่อ

คนละครึ่ง มาตรการที่เห็นผลทันที?

ต้องยอมรับว่าโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นมาตรการที่เห็นผลเร็ว ต่างจาก Easy E-Receipt ที่ผลลัพธ์ต้องใช้เวลา ในช่วงที่ผ่านมา คนละครึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้ เพราะรัฐช่วยออกเงินร่วมกับประชาชน ทำให้เกิดการจับจ่ายทันที เงินหมุนเวียนไปถึงร้านเล็กในชุมชน ร้านอาหาร รถเข็น และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ แต่ถ้าว่ากันในเชิงนโยบาย คนละครึ่ง อาจไม่ได้ช่วยจัดระเบียบระบบภาษีหรือยกระดับการใช้เทคโนโลยีได้มากเท่ากับ Easy E-Receipt

แจก - จ่าย - จบ ?

ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง Bloomberg เคยวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่า การเลือกตั้งปี 2026 คือการแข่งขันระหว่างพรรคที่ชูแนวคิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง กับกลุ่มที่ยังคงพึ่งพา “นโยบายประชานิยม” ซึ่งเน้นการแจกเงินและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและอาจช่วยให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียน

แต่หากมองในมุมโครงสร้างเศรษฐกิจแล้วมาตรการกระตุ้นหรือแจกเงิน แม้เป็นที่นิยม แต่ไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจหลักของไทยได้

หรือนี่คือการ เลือก “จังหวะ” ก่อนเลือก “ความสมบูรณ์แบบ”


การที่ “เอก นิติ” ตัดสินใจไม่เดินหน้าโครงการ Easy E-Receipt ในรอบนี้ จึงอาจไม่ใช่การปฏิเสธบทบาทของเทคโนโลยีหรือการจัดระเบียบเศรษฐกิจ หากแต่เป็นการยอมรับความจริงว่า มาตรการเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องอาศัยทั้งจังหวะเวลา และความพร้อมของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ในช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดคือ การกระตุ้นกำลังซื้อที่เกิดผลได้จริงในทันที ขณะที่โครงการอย่าง Easy E-Receipt อาจเหมาะสมมากกว่า หากนำกลับมาใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และรอความพร้อมของภาคธุรกิจที่จะปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลชุดใหม่จะรับมือและแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้อย่างไร เพราะหากยังไม่แก้ที่ต้นเหตุ เศรษฐกิจไทยก็เสี่ยงติดหล่มไปตลอดกาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก_ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า

สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ศธ_หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ_ดันวาระเร่งด่วน_เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

ศธ. หวั่นเด็กไทยติดคลิปสั้นจนกระทบสมาธิ ดันวาระเร่งด่วน เล็งคุมอายุใช้โซเชียล

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
เวิร์คไม่เวิร์ค_สรุปประเด็น_ศธ_จับมือ_TikTok_ใช้_AI_ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

เวิร์คไม่เวิร์ค? สรุปประเด็น ศธ. จับมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตสื่อสอนเด็ก

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว