
ธุรกิจไอที
ถอดรหัสโรดแมป AI ปี 2569 เมื่อไทยอยากเป็น “ตัวท็อป” ด้าน AI ในอาเซียน ต้องเริ่มจากตรงไหน?
10 มิถุนายน 2569
ถ้าพูดถึงการแข่งขันในสมรภูมิ AI ระดับโลก เรามักจะเห็นภาพมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีน สู้กันด้วยเม็ดเงินมหาศาล และการพัฒนาระบบให้ล้ำหน้าที่สุด และหากย้อนกลับมามองที่ภูมิภาคอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์หรือเวียดนาม ต่างก็เดินหน้าผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาคเช่นกัน
⚫แล้วถ้าไทยจะก้าวสู่ศูนย์กลาง AI ในอาเซียน ต้องเริ่มจากอะไร?
การที่ประเทศจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ ต้องเดินไปพร้อมกัน 2 เรื่องสำคัญ อย่างแรกคือการดึงการลงทุนเข้ามา เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ และการมีกติกาและระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ เพื่อให้ทั้งนักลงทุนและสังคมมั่นใจได้ในระยะยาว
⚫โครงสร้างพื้นฐานไทย แรงดึงดูดที่ทำให้ Big Tech ระดับโลกเข้ามาลงทุน
บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ต่างเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุผลที่ทำให้ไทย กลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนเหล่านี้ มาจาก 4 ปัจจัยหลัก ที่ช่วยดึงดูดและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ
🔹ยุทธศาสตร์ “Cloud First Policy” และแรงหนุนจากรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยโดดเด่น เพราะไม่เพียงการผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ ย้ายระบบไปใช้คลาวด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว
🔹ปลดล็อกพลังงานสะอาด (Direct PPA) ช่วยตอบโจทย์ Data Center ในยุค AI ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ด้วยการเปิดให้ซื้อพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
🔹ความได้เปรียบด้านทำเลและโครงข่ายดิจิทัล ไทยอยู่ใจกลางอาเซียน ขณะเดียวกัน การขยายเคเบิลใต้น้ำและโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก ทำให้การส่งข้อมูลมีความหน่วงต่ำลง รองรับการทำงานของ AI ยุคใหม่ โดยเฉพาะ Generative AI และระบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น
🔹การเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Native Data Center ไทยยกระดับ Data Center เป็น AI-Native ที่รองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและ GPU ประสิทธิภาพสูง สำหรับฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางประมวลผล AI ของสตาร์ทอัพและองค์กรในอาเซียน
⚫โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะยั่งยืนได้ “ต้องมีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน”
ETDA จึงวางโรดแมปปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Driving Trust AI Governance” เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการใช้ AI ในประเทศไทย ปั้นไทยเป็น Regional Hub ร่วมกับ UNESCO โดยเน้นขับเคลื่อนใน 2 มิติหลัก คือ
⚫การวางมาตรฐานและทดสอบ AI ให้ใกล้เคียงระดับสากล
โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญภายใต้กรอบ UNESCO พัฒนาเครื่องมือกำกับดูแล AI ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่เหมาะกับบริบทของสังคมไทย พร้อมพัฒนาระบบติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงด้าน AI ผ่านรายงาน AI Watch Series เพื่อติดตามความเสี่ยงและแนวโน้ม AI ทั่วโลก และยังเตรียมจัดกิจกรรม “Red Teaming Challenge” ที่รวมทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทดสอบระบบ AI เพื่อหาจุดอ่อน อคติ และความเสี่ยงต่างๆ ก่อนนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง
⚫ผลักดันองค์ความรู้สู่ทุกภาคส่วน
เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย ETDA จึงตั้งเป้าขยายความรู้และความเข้าใจด้าน AI ไปสู่คนทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ & SMEs และภาคประชาชน ผ่านตัวชี้วัดและโครงการต่างๆ ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้น
ภาพรวมทั้งหมดคือการปูทางไปสู่เป้าหมายสำคัญของประเทศ คือการจัดตั้งศูนย์ AI Governance Practice Center (AIGPC) ให้เป็นศูนย์กลางด้านการกำกับดูแล AI ของไทย ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยง การทดสอบระบบ AI และการพัฒนาบุคลากร
ปัจจุบัน ETDA กำลังผลักดันให้ AIGPC ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ประเภทที่ 2 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ UNESCO ซึ่งหากสำเร็จ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านมาตรฐาน แนวปฏิบัติ และการกำกับดูแล AI ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครึ่งปีแห่งความล้มเหลว เมื่อการโจมตีไซเบอร์ปี 2026 สะท้อนว่าบทเรียนเดิมยังคง ถูก “ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ครึ่งแรกของปี 2026 อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่แฮกเกอร์พัฒนาเทคนิคการโจมตีจนก้าวกระโดด

ครึ่งปีแห่งความล้มเหลว เมื่อการโจมตีไซเบอร์ปี 2026 สะท้อนว่าบทเรียนเดิมยังคง ถูก “ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

เมื่อ "สาขาธนาคาร" ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป Virtual Bank จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินไทยอย่างไร?
