
ทุกวันนี้แทบทุกบ้านมีกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์อัจฉริยะ แต่เคยสงสัยไหมว่า ภาพและข้อมูลต่างๆในชีวิตประจำวันของเรา ถูกส่งไปเก็บไว้ที่ไหน?
ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในวงการโทรคมนาคมไทย หลังนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยคนใหม่ ออกมาเตือนว่า ข้อมูลสำคัญของคนไทยจำนวนมาก อาจถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ
จีนเก็บข้อมูลคนไทยผ่าน "กล้องวงจรปิด" และอุปกรณ์ IoT?
กล้อง CCTV และอุปกรณ์ IoT จากจีนหลายรุ่นที่หลายคนนิยมใช้กัน มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานตลอดเวลา ทั้งภาพ เสียง ตำแหน่ง และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่พอเปิดใช้งาน ระบบก็จะเชื่อมต่อเข้าคลาวด์ของบริษัทต่างชาติทันที
ทำไมประเด็นนี้นี้ถึงน่ากังวล?
ที่น่าคิดคือ เราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลของเราจะไม่ถูกนำไปใช้ เพราะก็ไม่ได้มีการกำหนดกติกาหรือข้อตกลงชัดเจนว่าห้ามนำข้อมูลไปใช้ หรือเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าข้อมูล
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของคนไทยโดยตรง หากระบบถูกแฮก หรือถูกนำไปใช้ในทางไม่ดีขึ้นมา ก็อาจกระทบทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนได้
และเนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะของแบรนด์นั้นๆ แบบเข้ารหัส ทำให้หน่วยงานรัฐของไทย มีข้อจำกัดในการตรวจสอบว่ามีข้อมูลส่วนตัวของคนไทยหลุดไหลออกไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
อีกปัญหาสำคัญคือ เวลาเกิดคดี ตำรวจก็ยังต้องไล่ขอดูกล้องจากบ้าน ร้านค้า หรือฮาร์ดดิสก์ทีละจุด เพราะข้อมูลกระจายกันคนละระบบ เนื่องจากข้อมูลหลายส่วนถูกเก็บไว้บน Cloud ในต่างประเทศ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเพื่อจับคนร้ายทำได้ช้าและมีข้อจำกัด
ข้อมูลคนไทย ต้องอยู่ในไทยเท่านั้น
ที่สมาคมฯ เตรียมเข้าหารือกับกระทรวงดีอี และ กสทช. เพื่อผลักดันกฎใหม่ ที่กำหนดให้กล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ IoT ที่ขายในไทย ต้องเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ในประเทศไทยเท่านั้น
โดยมีแนวคิดในการจัดทำมาตรฐานรับรองให้กล้อง CCTV และอุปกรณ์ IoT ที่เก็บข้อมูลในไทย เหมือนฉลากเบอร์ 5 ที่ช่วยให้คนเลือกซื้อได้มั่นใจขึ้น เพราะถ้าข้อมูลรั่วไหลหรือถูกควบคุมจากต่างประเทศ อาจกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัลโดยตรง ภาครัฐจึงต้องเร่งปรับกฎหมายด้าน AI และ Cloud ให้ทันกับยุคปัจจุบัน
สะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงาน ในการวางรากฐานความมั่นคงทางข้อมูลของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่ใช้งานอยู่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของคนไทยในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องขบวนการคอนเทนต์จัดฉาก ธุรกิจปั่นไวรัลจากดราม่า
สังเกตไหมว่าคอนเทนต์ดราม่าหรือแนวน่าสงสารในโลกออนไลน์ มักได้ยอดวิวเยอะ เพราะคนจะหยุดดูและแชร์ต่อ ทำให้อัลกอริทึมช่วยดันให้เห็นมากขึ้น และสร้างรายได้ได้ง่าย

