คุ้มไหม ถ้าโลกกำลังแลก ทรัพยากร เพื่อความฉลาดของ AI
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

คุ้มไหม? ถ้าโลกกำลังแลก “ทรัพยากร” เพื่อความฉลาดของ AI

Clock Icon

8 เมษายน 2569

กระแส AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วไม่ได้มีแค่โอกาสทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดคำถามสำคัญเรื่อง “ต้นทุนที่ซ่อนอยู่” โดยเฉพาะการใช้พลังงานและน้ำของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

ประเด็นร้อนการเติบโตของ AI ที่กินพลังงานเกินคุ้ม?


ม.เคมบริดจ์ พบว่า ศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ปล่อยความร้อนสูงทันทีที่เริ่มเดินเครื่อง จนทำให้พื้นที่รอบข้างกลายเป็น “เกาะความร้อน” (Heat Islands) ซึ่งเกิดจากความร้อนสะสมที่ปล่อยออกมาจากเซิร์ฟเวอร์กว่าพันเครื่อง และระบบทำความเย็น

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก็ได้วิเคราะห์ข้อมูลเซนเซอร์วัดอุณหภูมิระยะไกลตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เทียบกับศูนย์ข้อมูลไฮเปอร์สเกลกว่า 6,000 แห่งทั่วโลก พร้อมตัดปัจจัยรบกวนอย่างภาวะโลกร้อนและความร้อนจากเมืองใหญ่ออกไปซึ่งก็พบว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นได้มากถึง 9 องศาเซลเซียส ที่อาจกระทบผู้คนกว่า 340 ล้านคนทั่วโลก ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น

จากความกังวลของนักลงทุน ส่งต่อแรงกดดันสู่ Big Tech


การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคอย่าง Amazon, Microsoft และ Google เริ่มถูกจับตาจากนักลงทุนนรายใหญ่ เช่น BlackRock, Vanguard และกองทุนเชิงรุกอย่าง Engine No. 1 และย้ำว่าต้องการให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลและแสดงแผนรับมือที่จริงจังมากขึ้น

เพราะมองว่าความเสี่ยงเรื่องพลังงาน น้ำ และข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อมูลค่าธุรกิจระยะยาว หากบริหารจัดการได้ไม่ดี ก็อาจกระทบทั้งความเชื่อมั่นของการลงทุน และการเติบโตในอนาคตได้

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองเรื่องนี้อย่างไร?

IEA เคยออกมาเตือนว่า ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงปี 2025-2030 อาจรุนแรงจนเทียบได้กับการต้องเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็น 2 เท่า ขณะที่ Goldman Sachs ก็เคยประเมินว่าถ้าปล่อยไว้โดยไร้การควบคุม ต้นทุนที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ซึ่งก็มีคำแนะนำจากนักวิเคราะห์บางส่วนไม่ว่าจะเป็น

การนำความร้อนกลับมาใช้ โดยระบบทำความร้อนนั้น ชุมชนสามารถดึงความร้อนส่วนเกินกลับมาใช้ได้ถึง 90% อย่างกรณีในสวีเดนที่ให้บริการบ้านมากกว่า 100,000 หลัง

การเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี อ
ย่าง NVIDIA เองก็ได้พูดถึงการใช้ Data Processing Units หรือ DPU ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 30% จากการโอนย้ายงานด้านเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญออกจาก CPU ซึ่งมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำกว่า พูดง่าย ๆ คือ จะทำให้ระบบประมวลผลภาพรวมนั้นใช้พลังงานมีประสิทธิภาพขึ้น ส่งผลให้ความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ลดลง แปลว่าการระบายความร้อนก็จะน้อยลงตามมาด้วย

การส่งเสริมนโยบายที่รัดกุม อย่างการบังคับตรวจสอบการใช้ทรัพยากรตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป และการใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs) เป็นพลังงานฐาน โดยตั้งใกล้ศูนย์ข้อมูล

สรุปง่าย ๆ คือเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า AI และเทคโนโลยีที่โตขึ้น อาจต้องแลกมากับการใช้ทรัพยากรเพิ่มกว่าเดิม และคงเป็นเรื่องยากที่จะหยุดการพัฒนาเหล่านี้

แต่สิ่งสำคัญ คือ เราจะหาทางออกที่สมดุลทั้งต่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และไม่ลืมหาวิธีสร้างขึ้นใหม่ ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไป โดยไม่ปล่อยให้เป็นแค่การใช้แล้วหมดไปอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

หากพูดถึง Data Center ทุกคนมักนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย Server และระบบระบายความร้อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ Microsoft ได้ใช้วิธีจัดการกับความร้อน ด้วยการทดลองนำ Data Center ลงไปไว้ใต้ทะเล ผ่านโครงการ Project Natick ที่เริ่มศึกษาในปี 2013

clock2 วันที่แล้ว
สิงคโปร์_เตือน_AI_แย่งงานบัณฑิตจบใหม่_ชี้ภาครัฐ_การศึกษาต้องเร่งปรับตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สิงคโปร์ เตือน! AI แย่งงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้ภาครัฐ-การศึกษาต้องเร่งปรับตัว

clock2 วันที่แล้ว
แว่น_Meta_กับประเด็นที่ชวนคิด_หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป
ต่างประเทศธุรกิจไอที

แว่น Meta กับประเด็นที่ชวนคิด หรือว่าเทคโนโลยีกำลังมีส่วนทำให้พื้นที่ส่วนตัวหายไป?

clock2 วันที่แล้ว