บทสรุปงานเสวนา Data Resilience รับมือวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอินเทอร์เน็ตของไทย
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

บทสรุปงานเสวนา Data Resilience รับมือวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอินเทอร์เน็ตของไทย

Clock Icon

10 เมษายน 2569

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา Tech Movement ได้เข้าร่วมงานเสวนา ในหัวข้อ “Data Resilience รับมือวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอินเทอร์เน็ตของไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ไทย เพื่อร่วมแชร์มุมมองที่เกี่ยวกับสถานการณ์สายเคเบิลใต้น้ำ ท่ามกลางเหตุสงครามที่รุนแรงบริเวณพื้นที่ตะวันออกกลาง ว่าไทยมีผลกระทบหรือไม่ และมีแผนรับมืออย่างไรหากได้รับผลกระทบ

โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ก็ยืนยันตรงกันว่า ‘โครงข่ายอินเทอร์เน็ตของไทยมีความยืดหยุ่นสูงและมีเส้นทางสำรองผ่านทางภาคพื้นดินและมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน’ ทราฟฟิกส่วนใหญ่ของประเทศเน้นการเชื่อมต่อภายในเอเชียประมาณ 60-70% และมีระบบ Content Delivery Network (CDN) ที่ช่วยสำรองข้อมูลยอดนิยมไว้ในไทย ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรง

หมายความว่า ถ้าสายเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลางขาดหรือเสียหาย คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปในไทย แทบไม่ได้รับผลกระทบหนัก เพราะระบบอินเทอร์เน็ตวันนี้มีการเตรียมทางสำรองไว้แล้ว

ซึ่ง Tech Movement ได้สรุปประเด็นสำคัญมาให้ดังนี้

1. เส้นทางหลักของเน็ตไทยไม่ได้พึ่งตะวันออกกลางเป็นหลัก อินเทอร์เน็ตของไทยส่วนใหญ่จะวิ่งผ่านมาเลเซียไปสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายใหญ่ในเอเชียและอเมริกา ส่วนเส้นทางที่ผ่านตะวันออกกลางไปยุโรปมีสัดส่วนไม่มากซึ่งอยู่ที่ 5% เท่านั้น จุดที่ต้องจับตาจริง ๆ คือบริเวณทะเลแดง เพราะเป็นทางผ่านสำคัญของสายเคเบิลไปยุโรป

2. แอปฯ ที่คนไทยใช้ประจำอย่าง YouTube, Facebook, TikTok, Netflix และ Line ส่วนใหญ่มีการเก็บข้อมูลไว้ในไทยหรือประเทศใกล้ ๆ อยู่แล้ว ผ่านระบบที่เรียกว่า Content Delivery Network (CDN) แปลว่า ต่อให้สายเคเบิลฝั่งยุโรปมีปัญหา คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้งานแอปฯ เหล่านี้ได้ตามปกติ

3. ผลกระทบจะไปตกกับบริการบางประเภทมากกว่าไม่ว่าจะเป็น เกมส์ที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ยุโรป, วิดีโอคอล หรือระบบองค์กรบางอย่าง เช่น ERP หรือระบบธนาคารบางส่วน ที่ต้องเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในยุโรปโดยตรง

4. ถ้าสายเคเบิลหลักมีปัญหา ระบบจะเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ แต่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือเน็ตจะมีความหน่วงขึ้น ช้าลง และบางช่วงอาจมีอาการกระตุก โหลดนาน หรือภาพค้างได้ เพราะข้อมูลต้องวิ่งไกลกว่าเดิม

โดยที่ผ่านมาเคยมีเคสสายเคเบิลขาดหลายเส้นแถบประเทศเยเมน แต่คนใช้เน็ตในไทยแทบไม่ได้รับผลกระทบ เพราะผู้ให้บริการมีระบบสำรอง และคอยจัดการ Traffic ตลอดเวลาอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่าว่าองค์กร ควรมีแผนสำรองอย่างการใช้ Cloud หรือเก็บข้อมูลไว้ในประเทศ เพื่อช่วยลดความเสี่ยง หากเส้นทางอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศมีปัญหาในช่วงวิกฤต เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านระบบดิจิทัลได้ระยะยาวในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TikTok_Shop_ขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่_2_เด้ง_สูงสุดแตะ_9_63_เริ่ม_6_พ_ค_นี้

TikTok Shop ขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่ 2 เด้ง สูงสุดแตะ 9.63% เริ่ม 6 พ.ค. นี้

TikTok Shop ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียม 2 รายการหลัก ได้แก่ “ค่าคอมมิชชัน” และ “ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโต” โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. 69 เป็นต้นไป

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
You_have_Value_ยกระดับเทคโนโลยี_สู่มาตรฐานความปลอดภัยอาหารไทย

“You have Value” ยกระดับเทคโนโลยี สู่มาตรฐานความปลอดภัยอาหารไทย

clock2 ชั่วโมงที่แล้ว
การ์ทเนอร์คาดการณ์_ภายในปี_2571_แอปพลิเคชัน_AI_จะเข้ามาจัดการรับมือภัยไซเบอร์กว่า_50
ต่างประเทศธุรกิจไอที

การ์ทเนอร์คาดการณ์ ภายในปี 2571 แอปพลิเคชัน AI จะเข้ามาจัดการรับมือภัยไซเบอร์กว่า 50%

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว